Blog

เงินชดเชยเลิกจ้าง

สิ่งที่ต้องได้รับหากถูกเลิกจ้าง

ว่ากันด้วยเรื่องหน้าที่การงานของเราในทุกๆ วันนี้ เป็นอะไรที่เราจะต้องให้ความสำคัญและทุ่มเทในการทำงานกันเป็นอย่างมากเลยก็ว่าได้ครับ แต่ด้วยความที่ยุคนี้งานหายากมากๆ และเศรษฐกิจก็ไม่ดีก็อาจจทำให้เกิดการ “เลิกจ้างได้” วันนี้เราจะมาพาทุกๆ ท่านไปเตรียมตัวและหาความรู้เกี่ยวกับ “สิ่งที่ต้องได้รับหากถูกเลิกจ้าง” ที่น่าสนใจกันครับ จะเป็นอย่างไรกันบ้างนั้น…เราไปชมกันดีกว่าครับ ความคุ้มครองที่ได้รับจากประกันสังคมในช่วงโดนเลิกจ้างหรือว่างงานที่ควรทราบ ●กรณีว่างงาน เมื่อจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่ต่ำกว่า 6 เดือน ภายใน 15 เดือนก่อนว่างงาน●กรณีประสบอันตราย/เจ็บป่วย เมื่อจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 เดือน ภายใน 15 เดือนก่อนไปรักษา●รักษาฟรีที่สถานพยาบาลที่เลือกไว้●ถ้าหมอให้หยุดพักเพื่อรักษาตัว ได้เงินทดแทนการขาดรายได้ 50% ของค่าจ้าง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท ครั้งละไม่เกิน 90 วัน ปีละไม่เกิน 180 วัน (เฉพาะโรคเรื้อรังปีละไม่เกิน 365 วัน) ●รักษาฟันฟรี ปีละ 900 บาท ●กรณีคลอดลูก เมื่อจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 เดือน ภายใน 15 เดือนก่อนวันคลอด●กรณีทุพพลภาพ เมื่อจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 เดือน ภายใน 15 เดือนก่อนเกิดเหตุ●กรณีทุพพลภาพ เมื่อจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 เดือน ภายใน 15 เดือนก่อนเกิดเหตุ●กรณีสงเคราะห์บุตร เมื่อจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่ต่ำกว่า 12 เดือน ภายใน 36 เดือนก่อนได้รับเงินทดแทน●กรณีชราภาพ จ่ายเงินบำเหน็จชราภาพเท่ากับจำนวนที่จ่ายมา เงินชดเชยเลิกจ้างแบ่งสัดส่วนเป็นอย่างไรและประกอบไปด้วยอะไรบ้าง? กรณีที่พนักงาน “ถูกให้ออกจากงาน ลูกจ้างต้องได้รับค่าชดเชย” จะได้เงินค่าชดเชยที่นายจ้างจะต้องชดเชย สามารถแบ่งออกเป็น ...

Read More
กฏหมายแรงงาน

กฏหมายแรงงานพื้นฐานที่ควรทราบ

หลายๆ ท่านเคยสงสัยกันเกี่ยวกับเรื่อง “สิทธิประโยชน์และกฏหมายแรงงาน” กันมาบ้างมั้ยครับ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราทุกคนต้องรู้กันเอาไว้เพื่อประโยชน์ของตนเอง วันนี้เราเลยอยากจะมาพาทุกๆ ท่านไปศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับ “กฏหมายแรงงานพื้นฐาน” ที่ควรทราบกันครับ จะเป็นอย่างไรกันบ้างนั้น…เราไปชมกันเล้ยย!!! ทำความรู้จักกับ “กฏหมายแรงงาน” กฎหมายคุ้มครองแรงงาน หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่ากฎหมายแรงงาน คือ กฎหมายที่บัญญัติถึงสิทธิและหน้าที่ของนายจ้าง ลูกจ้างองค์การของนายจ้าง และองค์กรของลูกจ้าง รวมทั้งมาตรการที่กำหนด ให้นายจ้าง ลูกจ้าง และ องค์กรดังกล่าวต้องปฏิบัติต่อกันและรัฐ ทั้งนี้เพื่อให้การจ้างงาน และการใช้งาน การประกอบกิจการ และ ความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างและลูกจ้างเป็นไปโดยเหมาะสม ต่างได้รับประโยชน์ตามสมควร มีที่มาจากกฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองแรงงานและสวัสดิการ ซึ่งกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับหมวดดังกล่าวนี้ มีทั้ง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน, พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์, พ.ร.บ.แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ ฯลฯ โดยสามารถแบ่งออกเป็นหลายๆ อย่าง ดังเช่น ●การลาป่วย สำหรับการลาป่วยตามมาตรา 32 นั้นลูกจ้างมีสิทธิลาได้เท่าที่ป่วยจริง ๆ หากป่วยและลาตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป ที่เป็นวันทำงานจะต้องแสดงใบรับรองแพทย์ หากในกรณีที่แสดงไม่ได้ให้ลูกจ้างชี้แจงให้นายจ้างทราบ ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างในวันลาป่วยเท่ากับค่าจ้างในวันทำงาน ตลอดระยะเวลาที่ลา แต่ไม่เกิน 30 วัน/ปี ตามมาตรา 57 นายจ้างผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา 57 นี้จะต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท ตามมาตรา 146 ฉะนั้นแล้วในการลาป่วยก็ต้องทำให้ถูกกฎหมายแรงงานด้วย บางกรณีเราก็ยังได้รับค่าจ้างอยู่เหมือนเดิม ●การลากิจ (ธุระอันจำเป็น) การลาแบบนี้เอาไว้ใช้ในการกรณีที่มีเรื่องฉุกเฉินเร่งด่วนจำเป็นจะต้องลา พนักงานก็สามารถใช้สิทธิในการลากิจได้เพื่อไปทำธุระจำเป็น ซึ่งการลากิจไปทำอะไรนั้นก็จะต้องเป็นธุระที่คนอื่นไม่สามารถจะทำแทนได้ ●การลาเพื่อคลอดบุตร ตามมาตรา 41 ให้ลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงมีครรภ์ มีสิทธิลาเพื่อคลอดบุตรไม่เกิน ...

Read More
สิทธิพื้นฐานของแรงงานต่างด้าว

สิทธิของแรงงานต่างชาติที่พึงรู้

เรื่องของสิทธิประโยชน์ของคนวัยทำงานทุกคนนั้น เป็นอะไรที่ต้องศึกษากันเอาไว้เผื่อใช้ประโยชน์ของตนเองเป็นการดีที่สุดใช่มั้ยหล่ะครับ ซึ่งในสิทธิเหล่านี้ครอบคลุมถึงแรงงงานต่างชาติด้วยเช่นกันครับ วันนี้เราเลยจะพาทุกๆ ท่านไปพบกับ “สิทธิของแรงงานต่างชาติที่พึงรู้” ที่น่าสนใจกันครับ จะเป็นอย่างไรกันบ้างนั้น…เราไปชมกันเล้ยยย!!! สิทธิพื้นฐานของแรงงานต่างด้าวในประเทศไทย สิทธิพื้นฐานสำคัญเมื่อแรงงานต่างด้าวตัดสินใจเข้ามาทำงานในเมืองไทยคือเรื่องของสุขภาพอันเป็นไปตามกฎหมายแรงงาน ซึ่งในส่วนนี้คือเรื่องของประกันสังคมและสิทธิประกันสุขภาพ มีข้อมูลน่าสนใจดังนี้ 1. ประกันสังคม หากเป็นแรงงานต่างด้าวที่มีรายชื่อเป็นพนักงานองค์กรชัดเจนจะต้องขึ้นทะเบียนประกันสังคมและจ่ายเงินสมทบไม่ต่างจากแรงงานไทย จากนั้นก็จะเข้าสู่สถานะของการเป็นผู้ประกันตน มีสิทธิด้านการรักษาพยาบาลกับโรงพยาบาลที่ตนเองสังกัดหรืออยู่ในเครือข่ายแบบไม่ต้องเสียเงินตามเงื่อนไขที่กำหนดเอาไว้ ดังนี้ - เมื่อขึ้นทะเบียนประกันสังคมแล้วต้องจ่ายเงินสมทบจำนวน 5% ของเงินเดือน (ไม่เกิน 750 บาท) นายจ้างจ่าย 5% และรัฐบาลไทยจ่าย 2.75%- แรงงานจะได้รับสิทธิประโยชน์รวม 7 รายการ ได้แก่ เจ็บป่วยหรือประสบอันตราย ทุพพลภาพ เสียชีวิต ที่ไม่ได้เกี่ยวกับการทำงาน คลอดบุตร สงเคราะห์บุตร ชราภาพ และการว่างงาน- มีกองทุนเงินทดแทนโดยนายจ้างจะเป็นผู้จ่ายในอัตรา 0.2-1% ของค่าจ้างตามประเภทความเสี่ยงกิจการ เงินส่วนนี้แรงงานได้รับต่อเมื่อประสบอันตราย เจ็บป่วย ทุพพลภาพ สูญหาย หรือเสียชีวิตขณะทำงาน 2. สิทธิประกันสุขภาพ สำหรับแรงงานต่างด้าวที่มีการนำเข้าตาม MOU และทำงานประเภทแม่บ้าน เกษตรกร เลี้ยงสัตว์ การประมง การค้าที่ไม่ใช่ธุรกิจของตนเอง กลุ่มนี้จะไม่มีการขึ้นทะเบียนเพื่อเข้าสู่ระบบประกันสังคม แต่ใช้การเข้าสู่ระบบประกันสุขภาพตามเงื่อนไขของกระทรวงสาธารณสุข มีค่าจ่ายค่าตรวจสุขภาพปีละ 500 บาท และค่าประกันสุขภาพปีละ 1,600 บาท จากนั้นรายชื่อของแรงงานจะถูกบันทึกเอาไว้ในระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าแบบเดียวกับคนไทย ส่งผลให้พวกเขาสามารถขอรับสิทธิ์ต่าง ๆ ตามโครงการประกันสุขภาพได้ทันที เช่น การเลือกสถานพยาบาลที่ต้องเข้ารับการรักษาตัวเมื่อเจ็บป่วย ประสบอันตราย เป็นอีกสิทธิด้านสุขภาพและความปลอดภัยของแรงงานต่างด้าวอันเป็นไปตามกฎหมายแรงงาน ●นายจ้างต้องปฏิบัติกับแรงงานเพศชายและหญิงอย่างเท่าเทียมยกเว้นสภาพหรือลักษณะงานที่ไม่สามารถปฏิบัติได้●งานทุกประเภทสามารถทำได้ไม่เกิน 8 ชั่วโมง / วัน ...

Read More
แรงงานต่างด้าว

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับ แรงงานต่างด้าว

“แรงงาน” คือ สิ่งที่จำเป็นและมีความต้องการสูงมาก การมีกำลังพลที่เพียงพอจะช่วยส่งเสริมให้ธุรกิจหรืออุตสาหกรรมดำเนินการได้อย่างราบรื่น ทั้งนี้แรงงานจากภายในประเทศเพียงแห่งเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการผลิตต่างๆ จึงต้องมีการจ้างงาน “แรงงานข้ามชาติ” เพื่อมาทำงานต่างๆ มากขึ้น บทความนี้จะพาทุกๆ ท่านไปทำความรู้จักเกี่ยวกับ “แรงงานข้ามชาติ” หรือที่เราเรียกกันว่า “แรงงานต่างด้าว” กันครับ แรงงานข้ามชาติคืออะไร? แรงงานข้ามชาติ หรือ แรงงานต่างด้าว คือ บุคคลธรรมดาซึ่งไม่มีสัญชาติไทยที่ได้เข้ามาทำงานในประเทศ ส่วนแรงงานต่างชาติ MOU หรือ Memorandum of Understanding คือเอกสารหรือหนังสือที่มีการบันทึกข้อตกลง หรือความเข้าใจระหว่างองค์กร ทั้งหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน โดยตัวแทนของทุกฝ่ายจะต้องลงนามในบันทึกข้อตกลงนั้นเพื่อให้เอกสารมีผลบังคับใช้ ดังนั้นแรงงานต่างด้าว MOU ก็คือแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมายภายใต้ข้อตกลง MOU ระหว่างรัฐบาลประเทศไทย ลาว กัมพูชา และเมียนมาร์นั่นเอง โดยขั้นตอนในการนำเข้าแรงงาน นายจ้างจะต้องทำ Demand MOU หรือคำร้องขอนำเข้าแรงงานต่างด้าว จากนั้นนายจ้างจะต้องยื่นคำร้องที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดหรือสำนักงานจัดหางานกรุงเทพฯ ในเขตพื้นที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่ โดยจะต้องแจ้งจำนวนแรงงานและระบุสัญชาติของแรงงานต่างด้าวที่ต้องการให้ชัดเจน ขั้นตอนต่อไปกระทรวงแรงงานจะประสานงานไปยังประเทศต้นทางของแรงงานต่างด้าว เพื่อให้ช่วยประกาศรับสมัครคนงาน เมื่อได้คนงานแล้ว ประเทศต้นทางจึงจะส่งรายชื่อ (Name List) มาให้ทางไทยอนุมัติต่อไป นำเข้าแรงงานต่างด้าวแบบ MOU ดีอย่างไร ? การนำเข้าแรงงานภายใต้ข้อตกลง MOU จะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการได้ พร้อมทั้งยังช่วยลดปัญหาแรงงานต่างด้าวแบบเดิม ๆ ได้อีกด้วย โดยนำเข้าแรงงาน MOU มีข้อดีดังนี้ ●แรงงานที่เข้ามาทำงาน เป็นแรงงานที่ถูกกฎหมาย●สามารถนำเข้ามาได้จำนวนมาก●นายจ้างสามารถกำหนดจำนวนแรงงานที่ต้องการได้●เสียค่าใช้จ่ายน้อย●ไม่มีความเสี่ยง เอกสารสำคัญที่แรงงานข้ามชาติ(ต่างด้าว) ต้องมี แรงงานต่างด้าวถูกกฎหมายจะประกอบด้วยเอกสาร 4 อย่าง ●หนังสือเดินทาง (Passport) ...

Read More
ค่าแรงขั้นต่ำที่เหมาะสม

ค่าแรงขั้นต่ำที่เหมาะสมต้องดูอะไรบ้าง?

ปัจจุบันเรื่องของการทำงานของเราในทุกๆ วันนั้น ก็หวังว่าจะได้ค่าแรงหรือผลตอบแทนที่เหมาะสมกันอยู่แล้วถูกมั้ยครับ ซึ่งวันนี้เราจะพาทุกๆ ท่านไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับ “ค่่าแรงขั้นต่ำที่เหมาะสมต้องดูอะไรบ้าง?” เพื่อเป็นการไม่เสียเวลา เราไปชมกันดีกว่าครับ รู้จักกับ “ค่าแรงขั้นต่ำ” ค่าจ้างหรือค่าแรงขั้นต่ำ เป็นค่าตอบแทนต่ำสุดซึ่งนายจ้างจะต้องจ่ายแก่ลูกจ้างเป็นรายชั่วโมง รายวันหรือรายเดือนตามที่กฎหมายกำหนด หรือมีความหมายเหมือนกับค่าแรงต่ำสุดซึ่งลูกจ้างจะขายแรงงานของตน แม้ว่ากฎหมายค่าจ้างขั้นต่ำจะมีผลใช้บังคับในหลายรัฐ ก็ยังมีความเห็นต่างในผลดีและผลเสียของค่าจ้างขั้นต่ำ ผู้สนับสนุนค่าจ้างขั้นต่ำบอกว่า จะเป็นการเพิ่มมาตรฐานชีวิตของลูกจ้างและลดความยากจนขณะที่ฝ่ายไม่เห็นด้วยว่า ถ้าค่าจ้างขั้นต่ำสูงพอจะเห็นผลได้ดังนั้น ก็จะเป็นการเพิ่มอัตราว่างงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในหมู่ลูกจ้างที่มีผลิตภาพต่ำเพราะขาดประสบการณ์หรือพิการ ดังนั้นจึงเป็นการทำร้ายแรงงานที่มีฝีมือน้อยกว่าและเป็นประโยชน์แก่แรงงานที่มีฝีมือสูงกว่า ค่าแรงขั้นต่ำในปัจจุบันส่งผลต่อแรงงานอย่างไร? ด้วยค่าแรงขั้นต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับค่าครองชีพในปัจจุบันนั้น เรียกได้ว่าแทบจะไม่เหลือเงินเก็บหากไม่ทำงานล่วงเวลาหรือหารายได้เสริมหลากหลายช่องทาง จึงทำให้การทำงานในระบบที่มีรายได้คงที่แต่อาจน้อยเกินไป ขาดแคลนแรงงานมากขึ้นจึงทำให้จำเป็นต้องขึ้นค่าแรงขั้นต่ำแต่ต้องสอดคล้องกับบริหารเศษฐกิจที่จะไม่ก่อให้เกิดค่าครองชีพที่แพงเกินควรนั้นเองครับ ความสำคัญของค่าแรงขั้นต่ำ สำหรับข้อดีของการเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ ทำให้เกิดการใช้จ่ายมากขึ้น ความเป็นอยู่ของแรงงานดีขึ้น รัฐเก็บภาษีได้มากขึ้นและเกิดความเสมอภาค ส่วนข้อเสีย ได้แก่ ราคาสินค้าสูงขึ้น การจ้างงานในธุรกิจเอสเอ็มอีลดลง เกิดการย้ายฐานการลงทุนไปประเทศอื่น และมีแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานมากขึ้นนั้นเอง ค่าแรงขั้นต่ำที่เหมาะสม เนื่องด้วยค่าครองชีพต่อหัวในปัจจุบันนั้นมีการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาหารจากจานละ 20 บาท เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ถูกปรับขึ้นราคาตามวัตถุดิบต่างๆ จนในปัจจุบันอยู่ที่ราคาต่ำสุดที่ 45 บาท กันแล้ว แต่ค่าแรงขั้นต่ำของไทยโดยเฉลี่ยทั่วไปยังอยู่ที่ประมาณ 350 บาทต่อวัน ถ้าคำนวณแค่เพียงค่าอาหาร 3 มื้อ ไม่รวมค่าเดินทางและอื่นๆ ก็จะเห็นได้ชัดเจนว่า “ไม่เหมาะสม” กันอย่างแน่นอน ดังนั้น “ค่าแรงขั้นต่ำที่เหมาะสม” จะต้องสัมพันธ์กับ “ค่าครองชีพ” จึงจะดีที่สุดนั้นเองครับ ผลกระทบของการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำที่ทุกๆ ท่านอาจคิดไม่ถึง ●ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น จากการปรับค่าแรงขั้นต่ำ นอกจากนายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างที่เพิ่มขึ้นแล้ว อย่าลืมว่ายังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับค่าจ้างตามมาอีกคือ  เงินสมทบกองทุนประกันสังคม, เงินสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, ค่าล่วงเวลา และรายจ่ายอื่นๆ ที่คิดจากเงินเดือนเป็นฐาน เช่น ...

Read More
การกินเจ

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับ “การกินเจ”

กลับมากันอีกครั้งกับช่วงแห่ง “เทศกาลกินเจ” ของชาวพุทธเชื้อสายจีนทุกๆ ท่านกันนะครับ ทุกๆ ท่านทราบกันบ้างมั้ยครับว่า เทศกาลนี้มีต้นเกิดมาจากที่ไหน เรื่องราวความเป็นมานั้นเป็นอย่างไร วันนี้เราจะขอพาทุกๆ ท่านไปพบกับ “เทศกาลกินเจ” กันครับ จะมีข้อมูลส่วนไหนที่น่าสนใจบ้างนั้น เราไปชมกันดีกว่าครับผม ทำความรู้จักกับ “เทศกาลกินเจ” เทศกาลกินเจ หรือ กินเจ กำหนดเอาวันตามจันทรคติ คือ เริ่มต้นตั้งแต่วันขึ้น 1 ค่ำ ถึง ขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9 ตามปฏิทินจีนของทุกปี รวม9วัน สันนิษฐานว่ามีจุดเริ่มต้นในประเทศมาเลเซียและภาคใต้ของประเทศไทย เทศกาลกินเจไม่ใช่ประเพณีของชาวจีนโพ้นทะเลทั้งหมด เพราะชาวจีนในประเทศจีนปัจจุบันไม่ค้นพบว่ามีการสืบทอดหรือจัดประเพณีกินเจนี้เลย แม้มีอยู่บางหมู่บ้านก็ปรากฏว่าได้จัดประเพณีตามประเทศไทย และไม่พบประเพณีนี้ในชุมชนชาวจีนในประเทศอื่นๆ ดังนั้น จึงสันนิษฐานว่าเป็นเทศกาลที่เกิดขึ้นจากคนไทยเชื้อสายจีนในประเทศ ว่ากันว่า ประเพณีถือศีลกินเจหรือกินเจซึ่งเป็นพิธียันตรกรรมบูชาที่ยิ่งใหญ่ที่สุด โดยอาศัยพระแม่แห่งดวงดาวมารี ในแบบของพระพุทธศาสนานิกายมหายาน แต่ในทางลัทธิเต๋าเรียกว่า เต้าโบ้หงวนกุนหรือเต้าโบ้เทียนจุนในภาษาฮกเกี้ยน เป็นศูนย์กลางสมมติของพิธีศักดิ์สิทธิ์นี้ มักอิงประวัติผูกติดอยู่กับฝ่ายตำนานเทพแห่งดาวนพเคราะห์มากกว่า ซึ่งเป็นศาสตร์แห่งลัทธิเต๋า ต่อมาเมื่อพระพุทธศาสนาเผยแผ่เข้าสู่เมืองจีน นับจากนั้นเป็นต้นมาเมื่อพระพุทธศาสนาเจริญขึ้น จึงปรากฏตำนานความเชื่อที่ผูกโยงกับพระพุทธเจ้า 7 พระองค์และพระโพธิสัตว์อีก 2 พระองค์ เรียกว่า กิ้วอ้วงฮุดโจ้วในภาษาจีนแต้จิ๋ว (โดยคติความเชื่อในประเพณีของชาวจีน โดยเฉพาะลัทธิขงจื๊อซึ่งเน้นในเรื่องบรรพบุรุษและความกตัญญู บรรดาบูรพกษัตริย์ที่เคยอุทิศตนเพื่อให้ประชาชนมีความเจริญโดยใช้หลักเมตตาธรรมก็จะเป็นบุคคลผู้ได้รับการสรรเสริญจากประชาชน ตามตำนานสามารถรวบรวมได้ 9 พระองค์ ซึ่งอยู่ในยุคสมัยต่างๆกัน นั้นเองครับ อาหารเจเป็นอย่างไร? อาหารเจ คือ อาหารที่ปราศจากส่วนประกอบของเนื้อสัตว์หรือผลิตภัณฑ์จากสัตว์ รวมถึงผักที่มีกลิ่นฉุน เน้นการกินผักและโปรตีนจากพืชที่มีไขมันน้อยกว่าไขมันจากสัตว์ จึงทำให้อาหารเจดูเหมือนเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ส่วนการกินเจ คือการงดรับประทานอาหารที่ทำมาจากเนื้อสัตว์, ไข่, นม ...

Read More
ผลไม้ GMO

ผลไม้ GMO มีผลข้างเคียงหรือไม่?

เคยได้ยินหรือได้อ่านเกี่ยวกับข่าวของ “การตัดต่อพันธุกรรม” กันบ้างมั้ยครับ โดยเฉพาะเรื่องของผลไม้พืชพันธุ์ที่มีการตัดแต่งเพื่อเพิ่มผลผลิตที่มีคุณภาพ ซึ่งเชื่อว่าหลายๆ ท่านคงจะไม่ทราบเกี่ยวกับเรื่องของ “ผลไม้ GMO” พวกนี้อย่างแน่นอน วันนี้เราจึงอยากเป็นตัวแทนพาทุกๆ ท่านไปพบกับ “ผลไม้ GMO มีผลข้างเคียงหรือไม่?” กันครับ จะเป็นอย่างไรกันบ้างนั้น…เราไปชมกันดีกว่าครับ ทำความเข้าใจเกี่ยวกับ “การตัดต่อพันธุกรรม” การตัดต่อพันธุกรรมหรือที่เราเรียกสั้นๆ กันว่า “GMO” ย่อมาจาก Genetically Modified Organism หมายถึงจุลินทรีย์พืชและสัตว์ที่มีการเปลี่ยนแปลงสารพันธุกรรม โดยใช้เทคนิคทางพันธุวิศวกรรมคือมีการตัดต่อและปลูกถ่ายยีนจากสิ่งมีชีวิตหนึ่งไปสู่สิ่งมีชีวิตอีกชนิดหนึ่งหรือชนิดเดียวกันและยีนที่ถูกถ่าย กระบวนการดัดแปลงพันธุกรรม หรือ GMO ทำอย่างไร? สำหรับกระบวนการ GMO นี้ จะทำโดยการนำยีนจากสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งมาผ่านกระบวนการโดยใส่ยีนนี้เข้าไปในยีนของสิ่งมีชีวิตอีกชนิดหนึ่ง โดยที่ยีนของทั้งสองสิ่งนี้ในธรรมชาติไม่สามารถนำมาผสมพันธุ์กันได้ เป็นการทำขึ้นเพื่อให้สิ่งมีชีวิตเหล่านั้นมีคุณลักษณะเป็นไปตามที่เราต้องการ โดยเรียกยีนจากสิ่งมีชีวิตสองสิ่งที่ถูกนำมาผสมกันแล้วนี้ว่า GMO นั่นเอง ซึ่งในปัจจุบันเราจะเห็นพืชที่ผ่านกระบวนการตัดต่อยีน หรือ GMO ผ่านกระบวนการทางพันธุวิศวกรรมนี้มากมายเลยทีเดียวในท้องตลาด ไม่ว่าจะเป็น มันฝรั่ง, ข้าวโพด, มะละกอ, มะเขือเทศ หรือถั่วเหลือง เป็นต้น เรียกว่ากระบวนการนี้ใช้ได้ผลดีในพืชจำนวนมาก แต่กับสัตว์นั้นยังคงมีข้อจำกัดอยู่ GMO มีผลข้างเคียงหรือไม่? การถ่ายทอดทางพันธุกรรม ในการตัดต่อทางพันธุกรรม นักวิทยาศาสตร์ได้มีการนำยีนที่ช่วยให้สายพันธุ์ของพืชและสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ มีคุณภาพดีขึ้น แต่ก็มีความกังวลว่ายีนเหล่านั้นอาจส่งผลให้เซลล์ในร่างกายมีพันธุกรรมที่ผิดปกติ เช่น การดื้อยาปฏิชีวนะ หรือทำให้เด็กที่เกิดมามีความผิดปกติทางพันธุกรรมได้ และนอกจากนี้การผสมพันธุ์แบบข้ามสายพันธุ์ เนื่องจากในปัจจุบันเมล็ดพันธุ์ที่เกิดจากการตัดต่อพันธุกรรมถูกใช้มากขึ้น จึงทำให้เสี่ยงต่อการผสมข้ามสายพันธุ์ และเมื่อพืชเหล่านี้ถูกนำมาใช้ในอุตสาหกรรมอาหารก็อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้บริโภคได้อีกด้วยครับ ประโยชน์ของการทำพืชผลไม้ GMO ●ช่วยให้มีพืชสายพันธุ์ใหม่ๆ ออกมา โดยสามารถทานต่อสิ่งแวดล้อมได้ดี รวมทั้งป้องกันตนเองจากศัตรูพืชได้ ●ทำให้สามารถเก็บไว้ได้นานกว่าปกติ ช่วยแก้ปัญหาในด้านการขนส่งได้เป็นอย่างดี ●มีผลผลิตที่ขนาดใหญ่ขึ้น รวมทั้งมีคุณค่าอาหารเพิ่มขึ้น ●ทำให้ได้ผลผลิตที่แปลกใหม่ ไม่ว่าจะเป็นรูปร่าง หรือสีสันต่างๆ ส่งผลให้เศรษฐกิจดีขึ้น ● ...

Read More
อาหารสำหรับผู้ที่จะลดน้ำหนัก

4 แนวทางการเลือกกินอาหารสำหรับคนลดน้ำหนัก

การลดน้ำหนักเรียกได้ว่าเป็นเทรนด์ที่ดีสำหรับคนในยุคนี้ที่มีของกินแสนอร่อยมากมาย โดยเฉพาะประเทศไทยที่มีของกินขายแทบจะ 24 ชั่วโมง ซึ่งแตกต่างกับต่างชาติเป็นอย่างมากเลยหล่ะครับ จึงไม่แปลกใจเลยที่คนไทยจะมีค่าเฉลี่ยของคนที่มี่น้ำหนักเกินอยู่ในอับดับต้นๆ ของ Asia ครับ วันนี้เราจะขอพาทุกๆ ท่านที่สนใจในการลดน้ำหนักไปพบกับ “4 แนวทางการเลือกกินอาหารสำหรับคนลดน้ำหนัก” ที่น่าสนใจและน่าลองไปทำตามกันดูครับ จะเป็นอย่างไรบ้างนั้น…เราไปชมกันเล้ยย!!! การลดน้ำหนักที่ดีต้องทำอย่างไร? การลดน้ำหนักที่ดีควรเข้าใจก่อนว่า คือ การลดปริมาณของไขมันในร่างกายที่มีมากเกินต้องการลงหลักของการลดปริมาณไขมันที่ตรงไปตรงมาที่สุดก็คือ พยายามให้ร่างกายได้รับอาหารโดยคิดเป็นแคลอรี แล้วน้อยกว่าจำนวนพลังงานหรือแคลอรีที่ร่างกายต้องใช้ไปในแต่ละวัน นอกจากนี้จะต้องพยายามพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อให้การเผาผลาญของร่างกายคงที่ครับ ทำความรู้จักกับ “โยโย่เอฟเฟค” “โยโย่ เอฟเฟกต์” เป็นคำเรียกที่เปรียบเทียบการขึ้นลงของน้ำหนักร่างกายกับลักษณะการเหวี่ยงขึ้นอย่างรวดเร็วของโยโย่ เวลาเราเล่นโยโย่ ซึ่งถ้าเราออกแรงทิ้งเหวี่ยงโยโย่มากๆ ลูกโยโย่ก็จะดีดกลับขึ้นมาเร็วและแรง เปรียบได้กับการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักตัวที่ลดลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งเกิดจากการลดน้ำหนักผิดวิธี ร่างกายศูนย์เสียไขมันและมวนกล้ามเนื้อไปอย่างรวดเร็ว โยโย่ เอฟเฟกต์ เรามักเห็นได้ชัดเจนในคนอ้วนที่พยายามลดความอ้วนจนกลายเป็นคนผอมอย่างรวดเร็ว  จากคนที่มีน้ำหนักตัวสูงกลับผอมลง  ก่อให้เกิดผิวหนังหย่อนคล้อย ซึ่งน้ำหนักจะลดจนผอมได้ไม่นานก็กลับไปอ้วนอีกครั้งนั้นเอง นอกจากนี้ยังทำอ้วนเร็วขึ้น และมีน้ำหนักมากกว่าเดิม เพราะร่างกายเสียสมดุลในการเผาผลาญไปแล้ว โดยส่วนใหญ่อาการโยโย่ มักจะพบในผู้ที่ชอบพึ่งทางลัดในการลดน้ำหนัก เช่น กินยาลดความอ้วน เพราะยาลดความอ้วนจะไปออกฤทธิ์กดประสาท ทำให้ร่างกายรู้สึกอิ่มตลอดเวลา ทำให้ระบบการเผาผลาญมีการจดจำภาวะการทำงานของร่างกายแบบผิดปกติครับ 4 แนวทางการเลือกกินอาหารสำหรับผู้ที่จะลดน้ำหนัก ●ควบคุมปริมาณอาหาร ควรรับประทานอาหารอย่างเพียงพอและไม่มากเกินไปเพื่อป้องกัน การสะสมของไขมันส่วนเกิน ●รับประทารอาหารที่มีพลังงานต่ำ เลือกกินอาหารที่ให้พลังงานแคลลอรี่ต่ำแล้ะหมาะสมกับการเผาผลาญของร่างกาย ●หลีกเลี่ยงของมัน ลดอาหารจำพวกของทอด ผัด และอาหารที่มีไขมันสูงต่างๆ เช่น ไก่ทอด, หมูสามชั้นทอด เป็นต้น ●ลดอาหารจำพวกไขมันและรักษามวลกล้ามเนื้อ ให้คงที่ขณะที่ลดน้ำหนักด้วยการออกกำลังกายและทานโปรตีนอย่างเหมาะสม การนอนดึกส่งผลทำให้อ้วนจริงหรือ? การนอนดึกส่งผลให้ฮอร์โมนเครียดที่มีชื่อว่า คอร์ติซอล หลั่งมากขึ้นในวันถัดมา ฮอร์โมนเครียดที่เพิ่มขึ้นนี้จะกระตุ้นให้คุณรู้สึกอยากอาหารหวานๆ หรือน้ำตาลมากกว่าเดิม นอกจากฮอร์โมนเครียดแล้ว ฮอร์โมนหิว หรือ เกรลิน ก็จะหลั่งเพิ่มขึ้นด้วย ส่งผลให้คุณหิวเก่งขึ้นคูณสองเลยหล่ะครับ เท่านั้นยังไม่พอ ฮอร์โมนอิ่ม หรือ เลปติน ...

Read More
ขนมแคลลอรี่ต่ำ

5 ขนมแคลลอรี่ต่ำใน 7-eleven

ว่ากันด้วยเรื่องของ “พลังงานแคลลอรี่” ที่จำเป็นต่อร่างกายคนเรานั้น มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องศึกษาและระวังในเรื่องของการกินไว้ด้วยเช่นกัน วันนี้เราจึงอยากพาทุกๆ ท่านมาหาความรู้เกี่ยวกับเรื่องของ “แคลลอรี่” และแนะนำ “5 ขนมแคลลอรี่ต่ำใน 7-eleven” ที่น่านำมารับประทานในช่วงเวลาหิวหรือเป็นของว่างที่มีประโยชน์นั้นเองครับ เพื่อเป็นการไม่เสียเวลา เราไปชมกันสักหน่อยดีกว่าครับ แคลลอรี่ คืออะไร? แคลอรี่ (calorie) หรือ กิโลแคลอรี (Kcal) คือหน่วยในการวัดพลังงาน โดย 1 แคลอรี่ มีค่าเท่ากับพลังงานที่สามารถทำให้น้ำ 1 กรับมีอุณหภูมิเพิ่มขึ้น 1 องศาเซลเซียส เป็นหน่วยที่ใช้บอกพลังงานจากอาหาร (food energy) ซึ่งมีไว้เพื่อบอกให้เราทราบว่า อาหารที่เรารับประทานมีแคลอรี่เท่าไหร่นั้นเองครับ สำหรับคนที่จะลดน้ำหนักก็ต้องมีความรู้ในส่วนนี้กันนะครับ เราจะสามรถคำนวนค่าการเผาผลาญของร่างกายได้อย่างไรบ้าง? ก่อนอื่นเราจะต้องมาทำความรู้จักกับค่า “BMR” กันสักหน่อยครับ ซึ่งค่า BMR (Basal Metabolic Rate) หมายถึง อัตราการเผาผลาญพลังงานในแต่ละวัน โดยค่าพลังงานนี้ร่างกายจะใช้ในการขับเคลื่อนระบบเเละควบคุมอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย ใช้ในการคำนวณเพื่อดูว่าร่างกายของเรานั้นสามารถเผาผลาญแคลลอรี่ต่อวันได้มากน้อยเพียงใดนั้นเองครับ ซึ่งสูตรคำนวณอัตราการเผาผลาญของร่างกายในชีวิตประจำวันคือ ●สำหรับผู้ชาย : BMR = 66 + (13.7 x น้ำหนักตัวเป็น กก.) + (5 x ส่วนสูงเป็น ซม.) – (6.8 x อายุ)●สำหรับผู้หญิง : BMR = 665 + ...

Read More
อาหารคลีน

อาหารคลีนดีและมีประโยชน์มากกว่าที่คุณคิด

เรื่องของสุขภาพและอาหารการกินของคนเรานั้น เป็นสิ่งที่สัมพันธ์กันโดยตรง หากกินมากเกินกว่าที่ร่างกายจะเผาผลาญได้ ก็ย่อมที่จะเกิดการสะสมของสารอาหารและไขมันตามส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ จนมีภาวะน้ำหนักเกิน ซึ่งการเลือกกินที่ดีและมีประโยชน์ก็จะช่วยในส่วนนี้นั้นเองครับ วันนี้เราจึงอยากพาทุกๆ ท่านไป “ทำควาเข้าใจเกี่ยวกับอาหารคลีน” ที่น่าสนใจกันครับ จะเป็นอย่างไรมีเนื้อหาแบบไหนบ้างนั้น…เราไปชมกันดีกว่าครับผม การกินอาหารคลีนเป็นอย่างไร? การกินคลีนจะเน้นโปรตีนจากปลา ไก่ ไข่ งดอาหารแปรรูป เช่น ไส้กรอก หลีกเลี่ยงการทอดที่ใช้น้ำมันมากๆ มาเป็นการทอดด้วยกระทะเทฟลอนที่ใส่น้ำมันน้อยๆ การต้ม หรือย่าง  สารอาหารอย่างคาร์โบไฮเดรต ควรเป็นคาร์โบไฮเดรตที่มาจากธรรมชาติ เช่น ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีท หรือเป็นน้ำตาลจากผลไม้ที่ให้ไฟเบอร์สูง เช่น แอปเปิล ผลเบอร์รี่ต่างๆ ไขมันดีจากปลาทะเลน้ำลึกหรือไขมันที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันรำข้าว เป็นต้น เน้นบริโภคแต่น้อยเพียงเพื่อให้ดูดซึมสารอาหารได้ครบถ้วน และเน้นบริโภคไขมันดี (HDL) เป็นหลัก เพราะไขมันไม่ดี (LDL) อาจส่งผลให้เกิดการสะสมของคอเลสเตอรอลในร่างกายสูงได้นอกจากนี้ควรงดขนมขบเคี้ยวที่เป็นคาร์ปและโซเดียมสูง และเปลี่ยนมากินถั่วและเมล็ดพืชที่ไม่โรยเกลือแทนการกินผักผลไม้จะเน้นผักสดหรือผลไม้สด หรือผ่านการปรุงแต่งที่น้อยที่สุด ประโยชน์ของการกินอาหารคลีน ●ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด การกินคาร์โบไฮเดรตแปรรูป เช่น ขนมหวานหรือธัญพืชขัดสี อาจทำให้น้ำตาลในเลือดสูงจนเกิดอาการเมื่อยล้า แนะนำให้เลือกคาร์โบไฮเดรตที่ไม่ผ่านการแปรรูป เช่น มื้อเช้าเลือกกินธัญพืชเต็มเมล็ดที่อุดมด้วยไฟเบอร์ ซึ่งให้พลังงานคงอยู่จนถึงมื้อกลางวัน ●ช่วยในเรื่องของการลดน้ำหนักและควบคุมน้ำหนักของร่างกาย  เพราะการกินอาหารแบบคลีนนั้น จะเน้นสารอาหารและปริมาณที่พอเหมาะกับที่ร่างกายต้องการ สามารถย่อยได้ง่าย ไม่มีไขมันไม่ดีสะสม มีปริมาณน้ำตาลน้อยและสิ่งที่ควรเน้นคือโปรตีนเพื่อช่วยให้ร่างกายซ่อมแซมกล้ามเนื้ออันเป็นแหล่งเผาผลาญพลังงานชั้นดีของร่างกายครับ ●ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด การกินคาร์โบไฮเดรตแปรรูป เช่น ขนมหวานหรือธัญพืชขัดสี อาจทำให้น้ำตาลในเลือดสูงจนเกิดอาการเมื่อยล้า แนะนำให้เลือกคาร์โบไฮเดรตที่ไม่ผ่านการแปรรูป เช่น มื้อเช้าเลือกกินธัญพืชเต็มเมล็ดที่อุดมด้วยไฟเบอร์ ซึ่งให้พลังงานคงอยู่จนถึงมื้อกลางวัน ทำความเข้าใจเกี่ยวกับ “ไขมันดีและไขมันไม่ดี” ●ไขมันดี หรือ HDL ย่อมาจาก High ...

Read More